ห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ มีเอาไว้เพื่ออะไร

ห้องปฏิบัติการทางการแพทย์

เทคโนโลยีทางการแพทย์ และสิ่งต่างๆ ที่เกี่ยวการรักษาโรค เป็นสิ่งที่มีความจำเป็นมากในโลกของเรา เพื่อเอาไว้ใช้ในการรักษา และการดูแลสุขภาพของคนทุกคน ที่มีอาการเจ็บป่วย หรือว่าเกิดจากตุการณ์ต่างๆ ในชีวิต และทุกวันนี้โรคต่างๆ ก็มีความซับซ้อน และแปลกประหลาดมากยิ่งขึ้น ทำให้การรักษาโรคบางชนิด มีความยากมากขึ้น การพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆ ในทางการแพทย์ จึงจำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องให้มีความทันสมัยมากกว่าเดิมขึ้นไปอีก

อย่างที่ทางการแพทย์มีทุกวันนี้ก็คือ ห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ ที่ถือว่าเป็นหัวใจสำคัญของการแพทย์ เพราะต้องเอาไว้ใช้ในการวิจัย และค้นคว้าสิ่งต่างๆ ที่เกี่ยวกับทางการแพทย์ เพื่อเอาตรวจหาสิ่งต่างๆ ที่ผู้ป่วยส่งเข้ามารักษา ว่ามีอะไรที่ต้องการค้นคว้า และหาความผิดปรกติของสิ่งเหล่านั้น เพื่อเอาไปใช้ในการรักษาโรค และพัฒนาวิธีการป้องกันโรคเหล่านั้นด้วย

ห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ จึงแบ่งออกเป็นหลายแผนก เพื่อให้กับการตรวจแต่ละประเภท โดยจะแบ่งออกได้ดังต่อไปนี้

-จุลชีววิทยา เป็นแผนกที่รับสิ่งส่งตรวจ เช่น อุจจาระ ปัสสาวะ เลือด เพื่อตรวจหาสิ่งที่จะทำให้เกิดโรค พร้อมทั้งหาทางรักษาด้วย ซึ่งจะมีขั้นตอนการตรวจที่ละเอียดลึกลงไปอีก

-โลหิตวิทยา เป็นแผนกที่ทดสอบสิ่งต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเลือดทุกอย่าง เช่น สมบูรณ์ การตรวจการแข็งตัวของเลือด หรือการตรวจหาโรคที่เกี่ยวกับโลหิต อย่างเช่นโรคโลหิตจาก เป็นต้น

-เคมีคลินิก เป็นแผนกที่ตรวจถึงส่วนประกอบต่าง ๆ ในน้ำเหลือง และโรคต่างๆ ที่เกี่ยวกับระบบของร่างกาย อย่างเช่นโรคเบาหวาน ไขมันในร่างกาย เพื่อหาทางป้องกันและรักษาโรคเหล่านี้ด้วย

-ภูมิคุ้มกันวิทยา เป็นแผนกที่ตรวจถึงระดับภูมิคุ้มกันของร่างกาย อย่างเช่นโรคเอดส์ โรคไวรัสตับอักเสบ ที่มักจะเป็นกันเยอะในปัจจุบัน

-ธนาคารเลือด เป็นแผนกที่ตรวจเกี่ยวกับการเข้ากันได้ของผู้บริจาคเลือด และผู้รับบริจาคเลือด รวมถึงกรุ๊ปเลือด เพื่อเตรียมไว้สำหรับการบริจาค หรือว่าให้เลือกกับผู้ที่ต้องการโลหิต ได้อย่างถูกต้องและทันเวลา เพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วยที่เข้ามารับการรักษา

-ปรสิตวิทยา เป็นแผนกที่ตรวจหาพยาธิ หรือว่าชิ้นเนื้อ หรือการตรวจหาเชื้อมะเร็งต่างๆ ที่เป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิตมากที่สุดในประเทศไทย

-สารพิษวิทยา เป็นการตรวจหาระดับยา และสารพิษต่างๆ ที่อยู่ในร่างกาย อย่างเช่นสารตะกั่ว

แผนกต่างๆ ของห้องปฏิบัติการทางการแพทย์จึงมีความสำคัญ และมีประโยชน์อย่างมากในการช่วยวินิจฉัยโรค และหาทางป้องกันโรคต่างๆ ตามแต่ละแผนก และคนที่จำเข้ามาทำงานในแผนกต่างๆ ในแต่ละสาขานั้น จะต้องเป็นผู้ที่มีความชำนาญ เชี่ยวชาญในสาขาหรือว่าแผนกนั้นๆ จริงๆ เพื่อให้ผลของการวิจัยออกมาแม่นยำ และถูกต้องมากที่สุด

เพื่อให้ผู้ป่วยที่เข้ามารับการรักษานั้น มีความปลอดภัยและความรวดเร็วของการให้บริการด้วย และเครื่องมือเครื่องใช้ในการวิจัยค้นคว้าแต่ละแผนกนั้น ก็จะต้องมีความแม่นยำ และถูกต้องมากที่สุด เป็นเครื่องมือที่ทันสมัยน่าเชื่อถือได้ จึงจะทำให้การค้นคว้ามีคุณภาพแม่นยำมากขึ้นด้วย จะเห็นได้ชัดเลยว่า ห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ มีความสำคัญอย่างยิ่งในทางการแพทย์ปัจจุบัน และก็ต้องมีการพัฒนา ให้ดีมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมด้วย เพื่อให้ทันสมัย และทันต่อโรคชนิดใหม่ๆ ที่มักจะเกิดขึ้นโดยที่เราไม่คาดคิด เป้นการเตรียมการเอาไว้ล่วงหน้าด้วย 

Related Post

ริดสีดวง หายยาก แต่หาย(ด้วยตัวเอง)ริดสีดวง หายยาก แต่หาย(ด้วยตัวเอง)

การเป็นริดสีดวงนั้นถือเป็นเรื่องที่ไม่น่าอภิรมย์อย่างยิ่งในกรขับถ่าย เพราะค่อนข้างจะทรมานในการขับถ่าย ซึ่งริดสีดวงนั้นก็มีหลากหลายแบบอีก ดังนั้นในบทความนี้เราขอเสนอ วิธีรักษา ลิดสีดวง ที่สามารถทำได้เอง และหายจากริดสีดวงได้เช่นกัน มาลองดูกันกว่าครับว่าจะมีวิธีรักษาแบบไหนบ้าง ? อาหารที่มีกาใยเยอะๆ ช่วยได้ หนึ่งในสาเหตของการเกิดริดสีดวงนั้นก็เพราว่ามีอาการ “ท้องผูก” ซึ่งอาการนี้จะเกิดขึ้นเนื่องจากต้องนั่งปลอดทุกข์เป็นเวลานาน ๆ จึงทำให้เกิดอาการท้องผูก ดังนั้นวิธีแก้เบื้องต้นสำหรับคนที่พึ่งเริ่มเป็น ลองหันมารับประทานอาหารที่ไฟเบอร์สูง มีกากใยอาหาร เพื่อกระตุ้นการขับถ่ายของเราให้ดีขึ้นก็ถือเป็นวิธีที่ไม่เลวสักเท่าไหร่นะครับ น้ำอุ่นช่วยเราได้ ผสมน้ำอุ่นลงในกะละมัง ในขนาดที่พอเหมาะพอดี เติมด่างทับทิบลงไปเล็กน้อยให้น้ำกลายเป็นสีชมพูจาง ๆ  จากนั้นนั่งแช่นลงไปในน้ำอุ่น 15-30 นาที ทั้งก่อนขับถ่ายและหลังขับถ่าย

สุขภาพ

คนวัยหมดประจำเดือนที่กำลังจะมาถึง ต้องรู้คนวัยหมดประจำเดือนที่กำลังจะมาถึง ต้องรู้

ว่าด้วยเรื่องสุขภาพของผู้หญิง  สิ่งที่หลายคนกำลังกังวล  ก็คือการย่างก้าวเข้าสู่วัยหมดประจำเดือนซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็จะเกิดขึ้นกับผู้หญิงทุกคนอย่างแน่นอน  ขึ้นอยู่กับว่าช่วงเวลาเหล่านั้นจะมาถึงช้าหรือเร็วกว่าเกณฑ์ปกติเท่านั้น  ความเปลี่ยนแปลงทางด้านสุขภาพและร่างกายของผู้หญิง  โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของวัยหมดประจำเดือน  หรือที่เราเรียกกันว่าวัยทอง  มักจะเป็นช่วงวัยที่ผู้หญิงหลายคนมีความวิตกกังวลเนื่องจากมีเรื่องราวต่างๆ มากมายที่เป็นทั้ง ข้อคิดเห็นและข้อเท็จจริง  เกี่ยวกับสภาวะอารมณ์ของผู้หญิงในวัยทอง  ซึ่งเป็นสภาวะอารมณ์ที่ค่อนข้างมีความแปรปรวน  หลายคนมักจะนิยามผู้หญิงช่วงวัยนี้ว่าเป็นผู้หญิงช่วงวัยผีเข้าผีออก  เพราะเดี๋ยวอารมณ์ดีเดี๋ยวอารมณ์ก็ร้าย  สลับกันไปจนใครต่อใครก็ตามไม่ทัน นอกจากนี้ อาการของผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน  ยังมีอาการร้อนวูบวาบ  เหงื่อออกมากในตอนกลางคืนนอนไม่หลับ  ซึ่งแต่ละอาการล้วนแต่เป็นสิ่งที่เราต่างก็ไม่อยากพบเจอทั้งสิ้น  แต่ในเมื่ออาการหมดประจําเดือน  เป็นสิ่งที่เราหลีกเลี่ยงได้  เราจึงควรที่จะทำความเข้าใจและเตรียมรับมือกับช่วงวัยเรานี้ให้ดีที่สุดค่ะ ทำความเข้าใจกับเรื่องราวของประจําเดือน             ภาวะมีประจำเดือนของผู้หญิง  ส่วนมากแล้วจะเริ่มตั้งแต่อายุ 15 ปีขึ้นไปหญิงสาววัยรุ่นช่วงอายุที่จะเริ่มมีประจำเดือน  แต่ในปัจจุบันบางคนเริ่มมีประจำเดือนตั้งแต่อายุ

อาการปวดท้องน้อย

อาการบวมในช่วงวันมีประจำเดือน แก้ไขได้อาการบวมในช่วงวันมีประจำเดือน แก้ไขได้

ความทรมานอย่างหนึ่งของผู้หญิงเรา ก็คืออาการปวดประจำเดือน งานนี้ต้องบอกเลยว่าใครไม่เจอกับตัวไม่รู้จริงๆว่าอาการปวดท้องน้อย ช่วงวันเริ่มมีประจำเดือนรุนแรงขนาดไหนบางคนตรวจมากจนถึงขั้นต้องลางานขาดเรียนเวียนศีรษะหน้ามืดเป็นลมบางคนปวดแค่เล็กน้อยก็ทนได้รับประทานยากันไปก็ทุเลาสำหรับอาการปวดประจำเดือนนั้นเรียกได้ว่า เป็นอาการปวดที่ยากจะอธิบายเลยล่ะแล้วเราเคยสงสัยไหมว่าอาการปวดแบบนี้เกิดขึ้นจากอะไร             การปวดประจำเดือนของผู้หญิงเกิดจากการหลั่งสารชนิดหนึ่ง  เรียกว่าโพรสตาแกลนดิน สารตัวนี้จะเข้าไปทำปฏิกิริยาทำให้กล้ามเนื้อมดลูกเกิดการหดรัดตัว พร้อมกับทำให้หลอดเลือดแดงที่ทำหน้าที่ลำเลียงเลือดไปยังมดลูกเกิดการหดเกร็งตัวด้วย  ทำให้เกิดอาการปวดท้องขึ้นมาโดยมีอาการปวดที่บริเวณท้องน้อย  ทั้งนี้อาการหดรัดตัวหรืออาการปวดเกร็งมากน้อยแตกต่างกันออกไป ซึ่งนอกจากเราจะสามารถบรรเทาอาการปวดต่างๆ เหล่านี้ได้ด้วยการทานยา  และเราก็ยังสามารถใช้กระเป๋าน้ำร้อนประคบบริเวณท้องน้อย  รวมถึงการออกกำลังกายแอโรบิคเบาๆ หรือว่าโยคะ  ก็สามารถช่วยบรรเทาอาการปวดเหล่านี้ได้เช่นกัน  นอกจากอาการปวดแล้วยังมีอีกอาการที่สาวๆ มักจะเป็นกันทุกคน  นั่นก็คืออาการบวมน้ำในช่วงก่อนมีประจำเดือน  อาการบวมนี้ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ทำให้เรารู้สึกว่าอ้วนขึ้นมากมาย  แต่ก็เป็นสิ่งที่ทำให้เรารู้สึกอึดอัดและรู้สึกได้ถึงความผิดปกติ มากเลยล่ะ  ดังนั้นเราจะทำอย่างไรในกรณีที่เกิดอาการบวมน้ำ เพื่อไม่ให้เกิดอาการต่างๆเหล่านี้ขึ้น             สาเหตุของการบวมน้ำเกิดจากระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนแปรปรวนจนขาดสมดุล   ทำให้ร่างกายมีการขับน้ำออกทางเหงื่อและปัสสาวะแบบไม่ปกติ  ดังนั้นจึงเกิดน้ำค้างสะสมอยู่ตามส่วนต่างๆ