อาการบวมในช่วงวันมีประจำเดือน แก้ไขได้

อาการปวดท้องน้อย
อาการปวดท้องน้อย

ความทรมานอย่างหนึ่งของผู้หญิงเรา ก็คืออาการปวดประจำเดือน งานนี้ต้องบอกเลยว่าใครไม่เจอกับตัวไม่รู้จริงๆว่าอาการปวดท้องน้อย ช่วงวันเริ่มมีประจำเดือนรุนแรงขนาดไหนบางคนตรวจมากจนถึงขั้นต้องลางานขาดเรียนเวียนศีรษะหน้ามืดเป็นลมบางคนปวดแค่เล็กน้อยก็ทนได้รับประทานยากันไปก็ทุเลาสำหรับอาการปวดประจำเดือนนั้นเรียกได้ว่า เป็นอาการปวดที่ยากจะอธิบายเลยล่ะแล้วเราเคยสงสัยไหมว่าอาการปวดแบบนี้เกิดขึ้นจากอะไร

            การปวดประจำเดือนของผู้หญิงเกิดจากการหลั่งสารชนิดหนึ่ง  เรียกว่าโพรสตาแกลนดิน สารตัวนี้จะเข้าไปทำปฏิกิริยาทำให้กล้ามเนื้อมดลูกเกิดการหดรัดตัว พร้อมกับทำให้หลอดเลือดแดงที่ทำหน้าที่ลำเลียงเลือดไปยังมดลูกเกิดการหดเกร็งตัวด้วย  ทำให้เกิดอาการปวดท้องขึ้นมาโดยมีอาการปวดที่บริเวณท้องน้อย  ทั้งนี้อาการหดรัดตัวหรืออาการปวดเกร็งมากน้อยแตกต่างกันออกไป ซึ่งนอกจากเราจะสามารถบรรเทาอาการปวดต่างๆ เหล่านี้ได้ด้วยการทานยา  และเราก็ยังสามารถใช้กระเป๋าน้ำร้อนประคบบริเวณท้องน้อย  รวมถึงการออกกำลังกายแอโรบิคเบาๆ หรือว่าโยคะ  ก็สามารถช่วยบรรเทาอาการปวดเหล่านี้ได้เช่นกัน  นอกจากอาการปวดแล้วยังมีอีกอาการที่สาวๆ มักจะเป็นกันทุกคน  นั่นก็คืออาการบวมน้ำในช่วงก่อนมีประจำเดือน  อาการบวมนี้ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ทำให้เรารู้สึกว่าอ้วนขึ้นมากมาย  แต่ก็เป็นสิ่งที่ทำให้เรารู้สึกอึดอัดและรู้สึกได้ถึงความผิดปกติ มากเลยล่ะ  ดังนั้นเราจะทำอย่างไรในกรณีที่เกิดอาการบวมน้ำ เพื่อไม่ให้เกิดอาการต่างๆเหล่านี้ขึ้น

            สาเหตุของการบวมน้ำเกิดจากระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนแปรปรวนจนขาดสมดุล   ทำให้ร่างกายมีการขับน้ำออกทางเหงื่อและปัสสาวะแบบไม่ปกติ  ดังนั้นจึงเกิดน้ำค้างสะสมอยู่ตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย  ไม่ว่าจะเป็นต้นขา แขน  เท้า  หน้าท้อง  ดังที่เราจะสังเกตเห็นได้ว่าก่อนที่จะมีประจำเดือนบริเวณร่างกายเราในส่วนต่างๆ เหล่านี้  มักจะมีอาการบวมเป่ง  ซึ่งเราสามารถแก้ไขได้โดยการรับประทานโพแทสเซียมเพิ่มขึ้น  เพื่อให้โพแทสเซียมเข้าไปช่วยควบคุมระดับของเหลวในร่างกายให้อยู่ในปริมาณที่พอเหมาะ

            เราสามารถทานโพแทสเซียมเพิ่มได้จากการเพิ่มขมิ้นชันในเมนูอาหาร ซึ่งนอกจากในขมิ้นชันจะมีโพแทสเซียมสูงอย่างมีสารต้านอนุมูลอิสระ  นอกจากนี้การรับประทาน เซเลอรี่ แตงโม หน่อไม้ฝรั่ง รวมถึงแตงกวา  ก็ยังสามารถช่วยเพิ่มโพแทสเซียมในร่างกายได้เช่นกัน  นอกจากนี้ผักผลไม้ต่างๆในกลุ่มนี้ยังมีฤทธิ์ในการช่วยขับปัสสาวะได้ดีอีกด้วย ในส่วนของเครื่องดื่มแนะนำให้ดื่มชาหญ้าหนวดแมวโดยการใช้ใบชาแห้ง 4 หยิบมือชงกับน้ำร้อน 1 ลิตรดื่มให้หมดในวันเดียวแต่ควรจะแบ่งดื่มเป็น 3 ครั้งหลังอาหารจะเป็นการดีที่สุด เพราะเราต้องคำนึงถึงระบบดูดซึมของร่างกายด้วยเพียงเท่านี้เราก็จะสามารถลดอาการบวมน้ำก่อนวันที่มีประจำเดือนได้แล้วค่ะ

Related Post

สุขภาพ

ดูแลตัวเองเมื่อเข้าสู่ 30ดูแลตัวเองเมื่อเข้าสู่ 30

ก็มาดีค๊าบบบบ !!! ยื้ออะไรยื้อได้ สิ่งเดียวที่ยื้อไม่ได้คืออายุ  ถึงแม้ว่าเราจะพยายามยื้อยุดฉุดกระชากยังไงแต่ สุดท้ายคนเราก็ต้องผ่านช่วงวัย เบญจเพศ และเข้าสู่ช่วงวัยอายุ 30 อยู่ดี เดี๋ยวอีก 10 ปีก็ถึงหลักสี่แล้วล่ะ  แต่แล้วยังไงอายุก็ยังคงเป็นเพียงแค่ตัวเลข  ถ้าหากเราเริ่มต้นและรู้จักที่จะดูแลตัวเองตั้งแต่วันนี้  ผู้หญิงวัย 30 ปี  ก็มีสุขภาพดี หน้าเด็ก เหมือนเพิ่งอายุ 18 ได้เลยล่ะ  ดังนั้นเราก็ไม่ควรจะปล่อยตัวปล่อยใจไปกับอายุ และช่วงวัยต่างๆ ของเราค่ะ  พูดง่ายๆว่า อย่าปล่อยตัวเองไปตามยถากรรมเด็ดขาด เพราะนอกจากอายุที่จะพาเราล่วงเลยไปแล้วเราอาจจะดูแก่ก่อนวัยอีก  ดังนั้นวันนี้เพื่อสุขภาพร่างกายที่ดีกับวัย

ห้องปฏิบัติการทางการแพทย์

ห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ มีเอาไว้เพื่ออะไรห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ มีเอาไว้เพื่ออะไร

เทคโนโลยีทางการแพทย์ และสิ่งต่างๆ ที่เกี่ยวการรักษาโรค เป็นสิ่งที่มีความจำเป็นมากในโลกของเรา เพื่อเอาไว้ใช้ในการรักษา และการดูแลสุขภาพของคนทุกคน ที่มีอาการเจ็บป่วย หรือว่าเกิดจากตุการณ์ต่างๆ ในชีวิต และทุกวันนี้โรคต่างๆ ก็มีความซับซ้อน และแปลกประหลาดมากยิ่งขึ้น ทำให้การรักษาโรคบางชนิด มีความยากมากขึ้น การพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆ ในทางการแพทย์ จึงจำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องให้มีความทันสมัยมากกว่าเดิมขึ้นไปอีก อย่างที่ทางการแพทย์มีทุกวันนี้ก็คือ ห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ ที่ถือว่าเป็นหัวใจสำคัญของการแพทย์ เพราะต้องเอาไว้ใช้ในการวิจัย และค้นคว้าสิ่งต่างๆ ที่เกี่ยวกับทางการแพทย์ เพื่อเอาตรวจหาสิ่งต่างๆ ที่ผู้ป่วยส่งเข้ามารักษา ว่ามีอะไรที่ต้องการค้นคว้า และหาความผิดปรกติของสิ่งเหล่านั้น เพื่อเอาไปใช้ในการรักษาโรค และพัฒนาวิธีการป้องกันโรคเหล่านั้นด้วย

ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ พระราม2

จะพาผู้สูงอายุ ไปศุนย์ดูและ ต้องเริ่มจากตรงไหนดี ?จะพาผู้สูงอายุ ไปศุนย์ดูและ ต้องเริ่มจากตรงไหนดี ?

สำหรับลูก หรือ หลาน ที่ไม่ค่อยมีเวลาในการดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน นั้นอาจจะมีความกังวลใช่ไหมครับ ? ว่าเราจะทำอย่างไร เราจะพูดกับผู้สูงอายุอย่างไร ถ้าหากเรามีความคิดจะพาเขาไปดูแลที่ศูนย์ดูและผู้สูงอายุ  วันนี้เรามีวิธีสำหรับการเตรีมตัว และจะต้องสื่อสารกันอย่างไรเพราะบางทีผู้สูงอายุบ้านเราอาจจะน้อยใจก็ได้นะครับ ลองมาดูวิธีกันดีกว่า พูดตรง ๆ                 สำหรับวิธีแรกนั้นคือให้เราพูดตรง ๆ เลยว่าเราจะพาเขาไปดูแลใกล้บ้าน ๆ นะครัยยกตัวอย่างเช่น หากพักอยู่พระรามก็อาจจะพาไปศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ พระราม2 ที่เดินทางสะดวก ด้วยอาจจะตกลงกันแบบไปเช้าเย็นกลับก็ได้ แต่เราจะต้องบอกเหตุผลในการพาไปด้วยว่าเราพาไปด้วยเหตุผลเราไม่มีเวลา กลัวเกิดอะไรขึ้นกับตัวผู้สูงอายุเอง  เพราะเป็นห่วง ถึงจะพาไป แต่ว่าก่อนจะพาเขาไปต้องทำให้มั่นใจด้วยนะครับว่าหากไปแล้วเขาจะได้รับการดูแลอย่างดี ถามว่าเหงาไหม