ประเทศไทยได้เข้าสู่ฤดูหนาวอย่างเป็นทางการตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคม ถึงแม้จะไม่อาจพูดได้ว่าหนาวจัด บางพื้นที่อากาศแปรปรวน มีฝนตกบ้างหรือแค่เย็นลงไม่ถึงขั้นหนาว แต่ก็มีหลายพื้นที่ต้องเผชิญกับอากาศหนาวอุณหภูมิขั้นต่ำ 10 – 14 องศา โดยเฉพาะบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ ซึ่งความเย็นไม่ได้บอกเพียงแค่อากาศที่เปลี่ยนไป แต่บอกด้วยว่าถึงเวลาต้องใส่ใจดูแลตัวเองให้มากขึ้น ยิ่งโรคที่มากับฤดูอย่างโรคหัดยิ่งต้องระวัง แต่สำหรับใครที่ยังไม่รู้จักหรือรู้จักแต่อาจลืมไปแล้ววันนี้เรามาทวนความจำกันอีกครั้ง ทั้งสาเหตุการเกิดโรค และแนวทางรักษา
รู้จักโรคหัดที่มาพร้อมฤดูกาลที่เปลี่ยนไป
อาการเย็นลงเมื่อไหร่ถึงเวลาต้องเฝ้าระวัง แม้โรคหัดจะไม่ใช่โรคใหม่ ชาวไทยเกือบร้อยละ 90% ล้วนได้รับวัคซีนป้องกันโรคตั้งแต่ อายุได้ 9 เดือน และรับอีกครั้งตอนอายุ 1 ปี 6 เดือน แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีประชาชนบางส่วนตกหล่น จึงจำเป็นต้องรู้ว่าผู้ใหญ่อายุ 20 – 40 ปี ที่ยังไม่ได้รับวัคซีนสามารถขอรับวัคซีนรวมป้องกันโรคหัด หัดเยอรมัน คางทูม เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันได้
อาการของโรคส่วนใหญ่มีไข้ ตาแดง ไอ เกิดผื่นแดงขึ้นกระจายทั่วตัวตามมาภายใน 48 ชั่วโมง ภาวะเยื่อบุเมือกโพรงจมูกอักเสบ ในเด็กเล็กอาจพบว่ามีภาวะปอดบวมแทรกซ้อนได้ (เกิดขึ้นแค่ร้อยละ 5 เท่านั้น) อายุมากกว่า 20 ปี อาการแทรกซ้อนที่พบเห็นได้บ่อย ได้แก่ ท้องเสีย ติดเชื้อที่หู ปอดบวม ไข้สมองอักเสบ
การติดต่อ
ละอองการหายใจ การจาม การสัมผัสโดยตรง
ใครบ้างไม่ควรฉีดวัคซีน
- ผู้หญิงตั้งครรภ์
- ผู้ที่เจ็บป่วยรุนแรง
- ผู้มีประวัติแพ้วัคซีนโรคหัด หัดเยอรมัน คางทูม
- ผู้มีประวัติแพ้ยานีโอมัยซิน
- ผู้ที่ได้รับการถ่ายเลือดหรือได้รับผลิตภัณฑ์จากเลือด ภายใน 3 – 11 เดือนก่อนฉีด (มีผลต่อการสร้างภูมิคุ้มกันโรคหัด หัดเยอรมัน คางทูม)
- ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น ผู้ป่วยโรคมะเร็งที่มีผลต่อไขกระดูก เป็นต้น
แนวทางการรักษา
ปัจจุบันยังไม่มีแนวทางรักษาแบบเฉพาะเจาะจง ทำได้เพียงรักษาตามอาการ แพทย์จะแนะนำให้รับวิตามินเอ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ดื่มน้ำสะอาดมาก ๆ และรับประทานยาลดไข้ เช็ดตัว (ในกรณีมีไข้)
คำแนะนำเพิ่มเติม
ผู้ป่วยควรงดออกไปตามที่สาธารณะ หรือที่ที่มีคนพลุกพล่านอย่าง 4 วันหลังจากผื่นขึ้น เพื่อลดการแพร่เชื้อ (ผู้ป่วยโรคหัด 1 คนแพร่กระจายเชื้อไปยังคนอื่นได้มากกว่า 15 คน)
เห็นหรือไม่ว่าโรคหัดเป็นอีกหนึ่งภัยสุขภาพที่ต้องเฝ้าระวัง หลายคนคนอาจเข้าใจผิดคิดว่าจะเกิดขึ้นเฉพาะกับเด็กเท่านั้น ความเป็นจริงแล้วนั้นไม่ใช่ ไม่ว่าอายุเท่าไหร่หรือเพศไหนก็มีความเสี่ยงเหมือนกัน ดังนั้นป้องกันไว้ก่อนย่อมดีกว่าต้องมารักษาทีหลัง ยิ่งช่วงหน้าหนาวแบบนี้ยิ่งต้องระวัง